เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “LA Thamjinda” ได้โพสต์ลงในกลุ่มข่าวถึงชาวรังสิตโดยมีใจความว่า “โจรขึ้นห้องผมเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2567 ได้แจ้งตำรวจ วันที่ 6 ธันวาคม จนผ่านไปหลายวันแต่ตำรวจจับโจรไม่ได้ จนวันนึ่งผมได้ขี่รถส่งของให้ลูกค้าแถวบริเวณสะพานแดง ผมกับเจอโจรคนที่งัดห้องผมเองแล้วได้ตามไปจนถึงเซเว่น สะพานแดง ซอย 12 หรือหน้าซอยร้านผม ผมเลยได้จับโจรเองที่บริเวณตรงนั้น หรือหน้าเซเว่น ระหว่างนั้นผมเลยได้อัปคลิปไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่าในตัวเขามีอะไรบ้าง เพราะเขาพยายามจะโยนบางอย่างทิ้ง หลังจากที่ค้นตัวเขาก็มีพระผมที่โดนขโมยไป แล้วเลจขอมือผม และอะไรหลายๆ อย่างในกระเป๋าโจรคนนั้น แล้วผมก็ถามเขาว่าของๆ ผมไปในหมด เขาก็บอกอยู่ว่าอยู่บ้าน เดี๋ยวพาไปเอาแต่ต้องปล่อยเขา แต่ผมหวังกับตำรวจเพื่อที่จะได้เอามาคืนให้ผม ก็เลยรอตำรวจ แต่กับ.. วันนั้นผมจับโจรได้ประสานงานตำรวจก็แล้ว ก็ไม่มา ไปให้เพื่อนไปสภ. เพื่อตามตำรวจมาจับโจร ก็ไม่มีใครมา
ผมเลยตัดสินใจ นำตัวโจรคนนั้นไป ส่ง ส.ภ พอถึง ส.ภ ก็ได้นำส่งตำรวจ ผมก็รอ เพื่อจะดูว่าตำรวจจะทำไงต่อ สุดท้ายบอกให้ผมกลับ แล้วบอกว่าตอนเช้าจะติดต่อมาเพื่อให้ปากคำ เพราะตอนนี้ร้อยเวรไม่อยู่หรือรับของกลาง จนมาอีกวัน ผมไม่เห็นมีตำรวจร้อยเวรโทรหาผมเลยสักคน แต่พอผมไปตามเรื่อง สภ. กับร้อยเวรคนนั้นก็ไม่ได้เจอร้อยเวร แต่พอผมโทร…..คับ หลังจากนั้นผมก็ได้บวชอุปสมบท จนตอนนี้ผมก็สึกมานานแล้ว ก็เลยไม่ได้ตามเรื่องที่โจรขึ้นตัดงัดห้องผม ประเด็นคือ โจรผมก็จับได้แล้ว ส่งตำรวจแล้ว แล้วของกลางที่เป็นของๆ ผมที่เจออยู่ในเหตุการณ์ ของๆ ผมอยู่ไหนคับ ทำไม่ถึงไม่มีใครติดต่อผมกลับเลย ทั้งๆ ที่ของกลางก็มีในคลิป แล้วทำไมผมไม่ได้อะไรคืนเลย ทั้งๆ ที่ของๆ ผมก็พอมีอยู่ ของที่ผมหายโทรสับ 2 เครื่อง นาฬิกา 1 เรือน พระเก่า 1 ถาด 50 องค์ พระใหม่ 2 ถาด 50 องค์ พระเนื้อเงินเลขสวยๆ สะสม 1 ถาด 20 องค์ กระปุกออมสิน 3 กระปุก มีเงินจำนวนหนึ่ง เงินสดบางส่วน #แบบนี้ผมควรทำไงต่อกับเรื่องนี้ จนตอนนี้โจรติดคุกป่าวก็ไม่รู้”
จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรงสอบเรื่องราวดังกล่าวที่บ้านเลขที่ 42 ตั้งอยู่ในซอยรังสิต-นครนายก 12 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยบ้านผู้เสียหายเปิดเป็นร้านขายของชำ จากการสอบถาม นายหล่า ธรรมจินดา อายุ 31 ปี เจ้าของร้านและผู้เสียหายได้พาผู้สื่อข่าวไปชี้จุดที่กล้องวงจรปิดที่คนร้ายเข้ามาขโมยทรัพย์สินโดยนายหล่า เล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์ที่ขโมยเข้ามางัดห้องตนนั้นเกิดขึ้นเมื่อ 04.00 น. ของวันที่ 6 ธ.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นตนกับครอบครัวอยู่ต่างจังหวัดจึงได้รีบกลับมาถึงตอนเที่ยงและได้ไปแจ้งความเอาไว้ที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์

ซึ่งหลังจากนั้นชุดสืบสวนได้เข้ามาตรวจสอบที่บ้านตนและผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ก็ยังจับไม่ได้ จนวันหนึ่งตนไปส่งของปรากฏว่าเจอคนร้ายเป็นหญิงที่ขโมยเพราะมั่นใจเนื่องจากเป็นคนเดียวกับที่อยู่ในวงจรปิดบ้านตน ดังนั้นตนจึงได้จับเขาและเขาได้สารภาพว่าเขาเป็นคนขโมยและของที่ขโมยยังอยู่ครบเดี่ยวจะพาไปเอา ตนก็ไม่ไปเพราะกลัวใครจะมาทำร้ายจึงได้แจ้งตำรวจปรากฏว่าตำรวจไม่มา ตนจึงได้ขับรถนำตัวคนร้ายไป สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์เอง ซึ่งพอนำคนร้ายไปส่งไม่เจอร้อยเวร ตำรวจที่นั่นแจ้งว่าให้กลับไปก่อนเช้าค่อยมา
พอเช้าตนก็ไปที่โรงพักอีกครั้งก็ไม่เจออีกจนกระทั่งตนต้องไปบวชในวันที่ 21 ธ.ค.67 ก็ไม่ได้ติดต่อกับร้อยเวรอีกจนมาสึกอีกทีวันที่ 10 ม.ค.68 ได้โทรสอบถามทางร้อยเวรอีกครั้ง ซึ่งทางร้อยเวรได้แจ้งเพียงว่าดำเนินคดีส่งศาลไปแล้ว ตนจึงถามว่าแล้วของที่โจรขโมยไปละ ทางร้อยเวรบอกว่าให้ตนไปติดตามเอาเอง เพราะขโมยได้นำของไปขายที่ห้างฯ หมดแล้ว ตนฟังแล้วรู้สึกแปลกใจมากเพราะคนร้ายนั้นบอกว่าของยังอยู่ครบตามในคลิปแต่ตำรวจบอกให้ตามเอง
ดังนั้นตนจึงฝากวอนตำรวจขอให้ติดตามของกลางตนด้วยเนื่องจากผ่านมา 3 เดือนแล้ว อีกทั้งในคลิปตนยังเห็นของๆ ตนอยู่ในกระเป๋าคนร้ายเลย ซึ่งหากรวมมูลค่าทั้งหมดน่าจะเกินแสนด้วยซ้ำ เพราะมีพระเก่าที่เลี่ยมทองเอาไว้มากมายร่วมถึงเงินสดอีกด้วย