วิสาหกิจชุมชนชีววิถี” บ้านใหม่พัฒนา อ.ภูเพียง จ.น่าน เป็นอีกวิสาหกิจชุมชนที่เรียกได้ว่า มาไกลจากจุดเริ่มต้นที่มีเพียงสมุนไพรในท้องถิ่น แต่กลับยกระดับกลายเป็น “ธุรกิจสกินแคร์” ที่มีรางวัลระดับประเทศการันตี สร้างรายได้ที่มั่นคง

จากเดิมที่มีปัญหาไม่ต่างจากชุมชนอื่น ๆ โดยเฉพาะการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่ทำให้เกิดต้นทุน ก่อปัญหาหนี้ครัวเรือน แต่แล้วเมื่อ “จุดเปลี่ยน” มาถึง มีการหันมาปลูกพืชผักปลอดสาร กินอาหารสมุนไพร ประกอบกับได้รับการสนับสนุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) ในเรื่องธุรกิจ สุดท้ายจึงเติบโตมีแบรนด์สมุนไพรของชุมชน

ปรีชา ดีสม” ผู้ใหญ่บ้าน บ้านใหม่พัฒนา เล่าจุดเริ่มต้นจากความร่วมมือกันลดรายจ่าย ลดการใช้สารเคมีในครัวเรือน และการสร้างกลุ่มระดมทุนกันในปี 2550 จากสมาชิก 79 คน ลงมือทำผลิตภัณฑ์สบู่ แชมพู ครีมทาผิว จากสมุนไพรในชุมชน อาทิ ใบหมี่ ดอกอัญชัน มะเฟื่อง มะกรูด มะขาม ขมิ้นชัน ผสมผสานกับภูมิปัญญาดั้งเดิมไว้ใช้กันเองในชีวิตประจำวัน

ต่อมามีโอกาสต่อยอดสู่การผลิตเพื่อจำหน่าย จนสามารถจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน มีการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ผ่านการสนับสนุนทั้งจากภาครัฐ และ..

จาก “จุดเด่น” ที่เน้นปริมาณสมุนไพร ใช้สารเคมีเพียงเล็กน้อย และการมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลายกว่า 40 ชนิด อีกทั้งราคาไม่แพง ส่งผลให้มียอดสั่งซื้อเข้ามาต่อเนื่อง มีตลาดที่แน่นอน จนสมาชิกปัจจุบันจำนวน 317 คน มีรายได้ที่ยั่งยืน

ศิรินันท์ สารมณฐี” ผู้จัดการวิสาหกิจชุมชนชีววิถี ระบุ กลุ่มชีววิถีชาวบ้านทุกคนถือหุ้นเป็นเจ้าของร่วมกัน และมีการบริหารเป็นระบบ ผ่านการคัดเลือกคณะกรรมการบริหารที่แบ่งหน้าที่ตั้งแต่ขั้นตอนผลิต การตลาด บัญชี สมาชิกส่วนใหญ่รับหน้าที่ในส่วนแหล่งวัตถุดิบคือ การปลูกสมุนไพรต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์ป่าและระบบนิเวศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะการผลิตและการจัดการด้านธุรกิจ

ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มถูกคัดเลือกให้เป็นสินค้า “โอท็อป” เด่นประจำจ.น่าน มีการกระจายสินค้าเป็นที่รู้จักทั้งในระดับท้องถิ่น จนถึงร้านสปาชั้นนำ สร้างรายได้รวมหลายล้านบาทต่อปี

ต้องยอมรับว่า “ความสำเร็จ” ที่ได้ในทุกวันนี้ นอกจากความตั้งใจของชุมชน การสนับสนุนของหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะ ธ... ที่เข้ามามีบทบาทตั้งแต่เริ่ม ด้วยการจัดอบรมให้ความรู้ถึงกระบวนการผลิตสกินแคร์ที่ได้มาตรฐาน การพัฒนาสูตรให้ตรงตามความต้องการของตลาด การจัดหาเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้สามารถลงทุนในเครื่องจักรและขยายกำลังการผลิตได้ และการผลักดันตลาดส่งออกต่างประเทศ ทำให้ชุมชนเข้มแข็งขึ้น

ที่สำคัญยังไม่ลืมที่จะพัฒนาชุมชนแห่งนี้ให้เป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่สามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่ใกล้เคียงกลุ่มอื่นๆ เช่น ขันคำข้าวแต๋นสมุนไพร จันสมโฮมสเตย์ สวนสะเติน กลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติ และกลุ่มทอผ้าลายโบราณ ที่ทำให้เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนมั่นคงและมีรายได้ต่อเนื่อง ยกระดับสู่ชุมชนอุดมสุข ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งปีนี้วิสาหกิจชุมชนชีววิถีแห่งนี้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ จากความโดดเด่นในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและรักษาสิ่งแวดล้อม

ด้าน “นายณรงค์ ขันติวิริยะกุล” รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. ยกย่องให้ชุมชนน้ำบ้านใหม่พัฒนา เป็นต้นแบบความสำเร็จในการสนับสนุนให้ลูกบ้านปลูกพืชสมุนไพรในสวนหลังบ้านของตัวเอง ขณะเดียวกันก็ยังปลูกฝังแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรอินทรีย์ สมาชิกสามารถนำสมุนไพรมาขายให้กลุ่มวิสาหกิจฯ สร้างรายได้ครัวเรือนละหลายพันบาท

ขณะที่ “ประสงค์ สังวาลย์ทอง” ผอ.ฝ่ายกิจการ สาขาภาคเหนือตอนบน สะท้อนความรู้สึกถึงความภาคภูมิใจของ ธ.ก.ส. ที่ได้เห็นการพัฒนาของวิสาหกิจชีววิถีในระดับมาตรฐาน สามารถผลิตเพื่อจำหน่ายได้ทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ ซึ่งเชื่อว่าจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญแก่ชุมชนและวิสาหกิจอื่น ๆ ทั่วประเทศ ได้ศึกษาและนำองค์ความรู้ไปต่อยอดได้อีก

ความตั้งใจที่เป็นทุน ประกอบกับการไม่หยุดพัฒนาวัตถุดิบ เมื่อได้รับการสนับสนุนอย่างถูกต้องจึงยิ่งเติบโต ซึ่งนอกจากรายได้และประโยชน์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ การลงมือทำเป็นตัวอย่าง ยังเป็นแรงกระตุ้นให้พื้นที่อื่น ๆ สามารถวางเป้าหมายความสำเร็จได้เช่นกัน