ภายหลังจากเดลินิวส์ ตีแผ่ “กลุ่มนายทุน” รุกเงียบบุกรุกเข้าไปแผ้วถางทำลายป่าขุดภูเขาและพื้นที่หลวง โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคตะวันออก ไล่ตั้งแต่ พื้นที่หมู่ 7 ต.วังแซ้ม อ.มะขาม แผ้วถางตัดไม้หวงห้าม ปรับไถแล้ว 28 ไร่ ส่วนอีก 2 จุด อยู่ใน อ.แก่งหางแมว และ อ.คิชฌกูฎ กำลังปรับไถพื้นที่กว่า 1,800 ไร่ ส่วนในพื้นที่ จ.ตราด บุกรุกเข้าไปบริเวณที่ดิน อ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ สภาพป่าดั้งเดิมถูกปรับไถรวมไปถึงพื้นที่เกาะแก่งกลางอ่างเก็บน้ำ ถูกบุกรุกจนกลายเป็น “เกาะทุเรียน” บรรดาหน่วยงานเกี่ยวข้องระดมเข้าไปตรวจสอบ พร้อมเตรียมดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง

ตะลึง! ‘นายทุนใหญ่’ ผู้มีอิทธิพล จ.ตราด บุกรุกที่หลวงทำสวนทุเรียนนับ 100 ไร่
ผบช.ภ.2 ลงพื้นที่ติดตามคดีบุกรุกป่า รอยต่อเขาคิชฌกูฏ ลั่นผิดว่าไปตามผิด

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากชาวบ้านเห็นข่าวมีการบุกรุกพื้นที่หลวงหลายจุดใน จ.จันทบุรี ก็ได้แจ้งเบาะให้ไปตรวจสอบ พื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำ เขื่อนสะพานหินหรือเขื่อนคีรีธาร ต.บ่อเวฬุ อ.ขลุง จ.จันทบุรี  มีหมู่เกาะน้อยใหญ่อยู่กว่า 10 เกาะ ซึ่งถือเป็นเขื่อนดินอเนกประสงค์ สร้างขึ้นมาสำหรับกักเก็บน้ำไว้ผลิตพลังงานไฟฟ้า จากพลังงานน้ำ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า โครงการไฟฟ้าพลังน้ำคิรีธาร อยู่ภายใต้ความดูแลของ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน แต่ล่าสุดพบว่า บริเวณริมอ่างเก็บน้ำ และในพื้นที่บนเกาะ หลายแห่งเริ่มกลายเป็นสวนทุเรียน บางเกาะมีเนื้อที่กว่า 100 ไร่ กลายเป็นสวนทุเรียนขนาดใหญ่เต็มพื้นที่

ผู้สื่อข่าวลงสำรวจพื้นที่ สอบถามข้อมูลจากนายกรรชัย มีกระโดน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 บ้านสะพานหินบน ต.บ่อเวฬุ เกี่ยวกับพื้นที่มีการปลูกทุเรียนบนเกาะและบริเวณริมอ่างเก็บน้ำ นายกรรชัย ได้นำเอกสารมาแสดงให้ผู้สื่อข่าวดูพร้อมเล่าให้ฟังว่า พื้นที่ดังกล่าวก่อนหน้านี้ชาวบ้านเคยขอใช้ทำประโยชน์ จากสำนักงานปฏิรูปที่ดิน ภายหลังได้มีการเวนคืนพื้นที่บางส่วน แต่ติดขัดเรื่องการตอบเอกสารในปัจจุบันจึงยังไม่แน่ชัดว่า เป็นพื้นที่ของฝ่ายใดกันแน่ ระหว่างกรมพัฒนาพลังงานฯกับสำนักงานปฏิรูปที่ดิน

อย่างไรก็ดีชาวบ้านที่แจ้งเบาะแสข้อมูลมาทางผู้สื่อข่าว อยากให้ทางจังหวัดจันทบุรีและหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าใครเป็นเจ้าของสวนทุเรียน ทั้งบนเกาะและบริเวณริมอ่างเก็บน้ำ เพราะสิ่งที่ชาวบ้านกังวลเป็นอย่างมาก การปลูกสวนทุเรียนแปลงใหญ่นับ 100 ไร่เช่นนี้ ย่อมใช้ทั้งปุ๋ย น้ำยาเคมี ยาฆ่าแมลง ฯลฯ เพื่อดูแลอย่างแน่นอน ซึ่งจุดดังกล่าวถือว่าติดกับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ นอกจากไว้กักเก็บน้ำเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าแล้ว ยังใช้น้ำทำประโยชน์ทั้งด้านประมง เกษตร ไปจนถึงแหล่งน้ำจืดสำหรับใช้อุปโภคบริโภคของชาวบ้านในพื้นที่จ.จันทบุรีด้วย จึงหวั่นเกรงจะส่งผลกระทบในอนาคต ที่สำคัญเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องได้รับทราบเรื่องนี้หรือยัง.