เมื่อวันที่ 7 ก.พ. แฟนเพจเฟซบุ๊ก “EDL LAOS” ซึ่งเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าของสปป.ลาว ได้เผยแพร่แถลงการณ์ผ่านหน้าเพจ ถึงปรับลดการส่งไฟไปอำเภอท่าขี้เหล็ก เนื่องจากหวั่นมีการจ่ายไฟที่ Call Center

โดยมีรายละเอียดเนื้อหาของแถลงการณ์ดังกล่าว มีดังนี้
รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาวมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนพลังงานกับประเทศเพื่อนบ้าน ตามกรอบความร่วมมือและเชื่อมโยงพลังงานไฟฟ้าอาเซียน ซึ่งปัจจุบัน รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาวมีการซื้อขายไฟฟ้าและเชื่อมโยงโครงข่ายสายส่งไฟฟ้ากับประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา จีน และพม่า

ในการขายไฟฟ้าให้พม่ามีปริมาณไม่มาก เพราะเป็นการส่งไฟฟ้าให้เฉพาะกับเมืองท่าขี้เหล็กที่อยู่ตรงข้ามแขวงบ่อแก้ว ผ่านสายส่งขนาด 115kV เพื่อสนองความต้องการใช้ของประชาชน หน่วยงานรัฐ โรงเรียน โรงพยาบาล และภาคธุรกิจ รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาวได้เซ็นสัญญาขายไฟฟ้าให้เมืองท่าขี้เหล็กตั้งแต่ปี 2564 ผ่านบริษัทเอกชนที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลพม่า และเริ่มจ่ายไฟฟ้าให้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 ในสัญญาดังกล่าว รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาวจะขายไฟฟ้าให้ในปริมาณไม่เกิน 30 เมกะวัตต์ ที่ระดับแรงดัน 115kV

ระยะที่ผ่านมา เมืองท่าขี้เหล็กได้รับไฟฟ้าจากประเทศไทยประมาณ 15 เมกะวัตต์ และรับไฟฟ้าจากลาวในปริมาณไม่เกิน 13 เมกะวัตต์เท่านั้น แต่ 2 วันมานี้ เมืองท่าขี้เหล็กรับไฟฟ้าจากลาวเพิ่มขึ้นเป็น 27 เมกะวัตต์ เพราะประเทศไทยยุติการส่งไฟฟ้าให้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาวได้ลดปริมาณการส่งไฟฟ้าให้แก่เมืองท่าขี้เหล็กลงมาเหลือไม่เกิน 13 เมกะวัตต์เท่าเดิมแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่า ไฟฟ้าบางส่วนได้ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์นำไปใช้ ต่อประเด็นนี้ รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาวกำลังประสานข้อมูลกับทางการพม่า เพื่อให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในการปราบปรามหรือสกัดกั้นการนำไฟฟ้าไปใช้ในกิจการที่ผิดกฎหมาย รวมถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และร่วมมือกับทางการพม่าในการตัดไฟให้ตรงจุด เพื่อลดผ่อนการสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ในวงกว้าง

“เราขอย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลลาวและการไฟฟ้าลาวจะไม่จ่ายหรือขายไฟฟ้าให้กับผู้กระทำผิดกฎหมายโดยเฉพาะกลุ่มคอลเซ็นเตอร์โดยเด็ดขาด”..

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @EDL LAOS