ที่ จ.นราธิวาส เมื่อวันนี้ 25 ม.ค.68 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วยพล.ต.ท.พัฒนวุธ อังคะนาวิน ที่ปรึกษารมว.ยุติธรรม และคณะเดินทางมาที่เรือนจำ จ.นราธิวาส เพื่อร่วมกิจกรรมพบญาติอย่างใกล้ชิด ยุติธรรมนำสันติสุขด้วยรักและห่วงใย จากใจกระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์ เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ โดยมีนายสุรินทร์ จันทร์เทพ ผู้บัญชาการเรือนจำจ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงยุติธรรมคอยให้การต้อนรับ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการพบญาติของผู้ต้องขังคดีความมั่นคง จำนวน 40 คน ที่ได้โยกย้ายจากเรือนจำบางขวาง มาเข้าอยู่เรือนจำ จ.นราธิวาส ส่วนใหญ่ผู้ต้องขังคดีความมั่นคงจะเป็นคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ จากกิจกรรมดังกล่าวได้พบเห็นเครือญาติของผู้ต้องขังคดีความมั่นคง หอบลูกหลานมาเยี่ยมและสวมกอดกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งทางเรือนจำได้มีการจัดอาหารให้ทางผู้ต้องขังคดีความมั่นคง ได้รับประทานกับครอบครัวด้วยความอิ่มหนำสำราญ

ผู้ต้องขังคดีความมั่นคงรายหนึ่งได้เปิดเผยความในใจว่า หลังจากถูกรับโทษตนรู้สึกผิดพลาดในการกระทำที่ผ่านมา ที่ทำให้ครอบครัวและชาวบ้านเดือดร้อน จึงต้องการให้ผู้ที่เดินผิดพลาดไปแล้วในขณะนี้ สามารถที่จะหันกลับเนื้อกลับตัวและกลับใจ มันยังไม่สาย เราจะหนีหรือหลบซ่อนตัวไปทั้งชีวิตทำไม

ในโอกาสเดินทางมาครั้งนี้ พ.ต.อ.ทวีได้มอบคัมภีร์อันกุรอาน ให้กับผู้ต้องขังคดีความั่นคง นำไปศึกษาบทบัญญัติหรือคำสั่งสอนให้ถูกต้อง เพื่อที่จะได้ดำเนินชีวิตไม่ผิดพลาดซ้ำ และเมื่อพ้นโทษออกมา จะได้ทำหน้าที่การประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกภูมิลำเนา ได้ดำเนินชีวิตที่ถูกต้องและเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนต่อไป

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ทวีได้พูดถึงกรณีนักกิจกรรม 9 คน ที่ถูกอัยการจังหวัดปัตตานี ยื่นฟ้องในคดียุยงปลุกปั่นอั้งยี่ซ่องโจรจากการจัดงานมลายูรายอที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อปี 65 ว่า ก่อนอื่นต้องให้กำลังใจกับผู้ที่ถูกฟ้องไป เพราะในกระบวนการยุติธรรม ตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสินถึงที่สุด ยังถือว่าเค้าเป็นผู้บริสุทธิ์ ซึ่งกระบวนการนี้เป็นกระบวนการยุติธรรม ก็ต้องเรียนว่าในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย เรามีรัฐธรรมนูญรองรับ โดยอัยการเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญเหมือนศาล แล้วเขาจะมีอิสระในการสั่งสำนวน ซึ่งในส่วนของทั้ง 9 คนที่ถูกฟ้องไป ถ้าเขาฟ้องข้อหาอื่นโดยที่ไม่ใช่ข้อหาเรื่องวัฒนธรรม

อย่างไรก็ตามเมื่ออัยการฟ้องไปแล้ว ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมก่อนหน้านี้ เขามีการขอความเป็นธรรม และตนได้ทำหนังสือไปถึงอัยการสูงสุด แต่ทำไปเราก็รู้ถึงหน้าที่ว่าเราไม่สามารถจะไปก้าวก่ายดุลยพินิจของอัยการได้ โดยหลักการของรัฐธรรมนูญ จะต้องไม่ใช้กฎหมายอยู่เหนือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จะต้องไม่ใช้กฎหมายอยู่เหนือหลักนิติธรรม หรือต้องไม่ใช้กฎหมายอยู่เหนือหลักความเป็นธรรม ซึ่งอันนี้เป็นกระบวนการหนึ่ง ซึ่งเรายังอยากให้กำลังใจ เรื่องนี้ต้องเรียนว่ามันเป็นเรื่องที่มีมายาวนาน แม้แต่ สส.ไม่ใช่พรรคใดพรรคหนึ่ง หรือคนในพื้นที่ยังให้กำลังใจกับผู้ที่ถูกอัยการฟ้อง

สำหรับกรณีของนักกิจกรรมทั้ง 9 คน ที่ถูกฟ้องดำเนินคดี จะมีผลกระทบต่อการพูดคุยสันติภาพหรือไม่นั้น เชื่อว่าเรามีความจริงใจว่าจะให้เกิดสันติภาพและสันติสุขขึ้นมา ทุกสิ่งนั้นมันเป็นบททดสอบ และที่สำคัญคือรัฐบาลมีความจริงใจ เราคิดว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ และเราคิดว่าถ้าทุกคนหันหน้ามาพูดคุยกันและอยู่ในการบริหารการปกครองที่ทุกคนยอมรับได้ มันจะเป็นพื้นที่ที่เป็นโอกาสของประเทศด้วยซ้ำไป เชื่อว่าต้องทำความเข้าใจ โดยเป้าหมายของเราต้องการให้เกิดสันติภาพและมีความสันติสุขที่ยั่งยืน