เมื่อวันที่ 24 ม.ค. นายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้สั่งการให้งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ออกปฎิบัติหน้าที่ฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อเป็นการเพิ่มความชื้น และลดค่าฝุ่น PM 2.5 ในเขตพื้นที่เทศบาลนครปากเกร็ด หลังจากในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ตรวจพบฝุ่นPM 2.5 เกินค่ามาตรฐานมาต่อเนื่องหลายวัน

โดยนำรถยนต์เฉพาะการดับเพลิงระบบผสมโฟมพร้อมเครื่องฉีดหมอกน้ำ ในบริเวณพื้นที่ต่างๆหลายแห่ง อาทิ บริเวนถนนติวานนท์ หน้าหมู่บ้านดวงแก้ว ค่าฝุ่นละ PM2.5 ก่อนฉีดพ่น 102 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หลังฉีดพ่น 95 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จุดที่ 2 บริเวณถนนติวานนท์ หน้าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี ค่าฝุ่นละออง ก่อนฉีดพ่น 64 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หลังฉีดพ่น 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จุดที่ 3 บริเวณซอยติวานนท์-ปากเกร็ด 1 บริเวณหน้าสถานสงเคราะห์เด็กอ่อน ปากเกร็ด ค่าฝุ่นละอองก่อนฉีดพ่น 83 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หลังฉีดพ่น 65 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

นายวิชัย กล่าวว่า เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาแบบเร่งด่วนให้ประชากรเฉพาะกลุ่มที่มีปัญหาด้านสุขภาพและกลุ่มเปราะบาง แรงดันน้ำที่เทศบาลใช้มีแรงดันที่มากพอที่จะทำให้ละอองน้ำมีขนาดเล็กพอที่จะจับตัวกับฝุ่น และตกลงพื้นได้ อีกทั้งยังแจกหน้ากากป้องกันฝุ่นโดยตู้อัตโนมัติให้กับประชาชนอีกจำนวน 5 จุด ซึ่งมีประชาชนมารับไปแล้วเกือบแสนชิ้น

นายพิทักษ์ อยู่สุข อดีตกำนันตำบลบางพัฒนา อ.บางบัวทอง กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเวลาประมาณ 09.00 น. ที่อำเภอบางบัวทองจะมีฝุ่นPM.25 ค่อนข้างเยอะมาก หากใครไม่ใส่แมสก์จะมีผลข้างเคียงคือแสบสมูก ช่วงนี้ฝุ่นPM2.5เริ่มมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งเมื่อก่อนไม่เยอะขนาดนี้ ส่วนตัวตอนนี้เริ่มใส่แมสก์ทุกครั้งที่ออกจากบ้านมาได้ประมาณ 7 วันแล้ว สถานการณ์ฝุ่นPM.25 ตอนนี้มีทุกพื้นที่ ปริมาณหนักเบาไม่เท่ากัน เพราะฉนั้นหน้ากากอนามัยเป็นสิ่งที่สำคัญ เบื้องต้นเราต้องป้องกันตัวเองโดยการสวมแมสก์ทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน.