เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ร.ต.อ.เวชยันต์ หิรัญญสุวรรณ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในอู่กลางนรินทร์ ตรังกลการ เลขที่ 5/11 หมู่ 1 ต.นาตาล่วง อ.เมือง จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงเข้าตรวจสอบ พร้อมด้วย นายสมพร อ่อนชาติ ปลัดอำเภอเมืองตรัง พ.ต.อ.สานิตย์ พลเพชร ผกก.สภ.เมืองตรัง นายณัฐพงษ์ เนียมสม นายกเทศมนตรี ต.นาตาล่วง ฝากปกครอง และประสานรถน้ำดับเพลิง จากเทศบาลนครตรัง เทศบาล ต.นาโยงเหนือ อบจ.ตรัง เทศบาล ต.นาตาล่วง เทศบาล ต.ห้วยยอด เทศบาล ต.คลองเต็ง เทศบาล ต.หนองตรุด และมูลนิธิกุศลสถานตรัง

ในที่เกิดเหตุพบเป็นอู่บริการเคาะ พ่นสี รถยนต์ พบเพลิงกำลังลุกโหมกระหน่ำ แสงเพลิงพวยพุ่งออกมาอย่างรุนแรงบริเวณด้านหลังอู่ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นห้องอบสี มีรถยนต์ที่ซ่อมแล้ว และรอซ่อมอยู่จำนวนหลายคัน ซึ่งลักษณะอู่เป็นโครงสร้างด้วยเหล็ก หลังคาคลุมด้วยแผ่นเมทัลชีท เจ้าหน้าที่เร่งต่อสายลากน้ำเข้าไปฉีดสกัดเพลิงอย่างเร่งด่วยน ขณะที่รถดับเพลิงอีกจำนวนหนึ่งขับไปบริเวณด้านหลังอู่พร้อมฉีดน้ำสกัดไฟแต่เป็นด้วยความยากลำบาก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีถังเก็บทินเนอร์ สี และสารเคมี เป็นจำนวนมาก และยังได้มีเสียงดังระเบิดประทุขึ้นมาเป็นระยะ โดยพนักงานอู่และพลเมืองดี ต่างเร่งช่วยกันเคลื่อนย้ายรถยนต์ ถังทินเนอร์ สารเคมี และถังแก๊สจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ติดไฟออกมาได้ โดยเจ้าหน้าที่ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ก่อนจะฉีดน้ำป้องกันเพลิงปะทุขึ้นซ้ำอีกประมาณ 30 นาทีเพลิงสงบลง โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ มีเพียงทรัพย์สินเสียหาย

โดยพลเมืองดีที่เข้าช่วยดับไฟตั้งแต่ต้น กล่าวว่า ตนอยู่อีกที่หนึ่งหลังทราบเรื่องจึงเข้ามาดูและประสานเจ้าหน้าที่ พบว่าช่วงแรกเพลิงลุกไหม้ขึ้นภายในห้องอบสีรถ ก่อนจะลุกลามเป็นวงกว้าง คาดว่าต้นเพลิงน่าจะมาจากห้องอบสี

จากการตรวจสอบความเสียหาย เบื้องต้น คาดว่าต้นเพลิงมาจากห้องอบสีจำนวน 2 ห้อง ที่อยู่ติดกันบริเวณด้านหลังอู่ พบมีรถยนต์ได้รับความเสียหายประมาณ 5-7 คัน อะไหล่รถและอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้รับความเสียหาย บริเวณหลังคาและโครงสร้างอาคารมีการยุบตัวพังลงมา เจ้าหน้าที่ต้องสั่งกันคนภายนอกเข้าไปภายในที่เกิดเหตุหวั่นเกิดเหตุอันตรายอย่างไรก็ตามต้องรอให้กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ ส่วนความเสียหายคาดว่ามีมูลค่านับล้านบาท.