จากกรณีข่าวศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้ออกหมายจับที่ จ.262/2568 ลงวันที่ 4 ก.พ. 2568 ตามที่พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์คดีอาญาที่ 95/2568 จากการสอบสวนทราบว่า นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยก้าวหน้า ผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่ง สส. ในความผิดข่มขืนกระทำชำเราสาวนักท่องเที่ยวสัญชาติจีนตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ทำให้ชื่อเสียงของ สส.ปูอัด ตกอยู่ในความสนใจของสังคมออนไลน์อีกด้วย โดยวันนี้ทีมข่าวเดลินิวส์ออนไลน์จะพาทุกคนไปทำความรู้จัก “ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์” หรือ ปูอัด อายุ 35 ปี ปัจจุบันเป็น สส.ของพรรคไทยก้าวหน้า โดยก่อนหน้านี้เขาเป็น สส.ของพรรคก้าวไกล แต่ถูกขับออกจากพรรคจากกรณีคุกคามทางเพศ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี 2566

ด้านการศึกษา
– จบการศึกษาปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
– จบการศึกษาปริญญาตรีรัฐศาสตร์ เอกการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ประสบการณ์การทำงาน
เป็นนักวิจัยผลิตภัณฑ์ UX Research แอปพลิเคชัน StartDee ให้เด็กทุกคนได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และยังเป็นตัวแทนกลุ่ม Resolution รณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนร่างรื้อระบอบประยุทธ์ อีกทั้งยังเป็นตัวแทนรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน หรือ ร่าง ILAW สมาชิกกลุ่ม ConLab ขับเคลื่อนให้ความรู้ประชาชนด้านรัฐธรรมนูญไทยและสากล

นอกจากผลงานการเมือง สส.ปูอัดยังมีผลงานการแสดงมากมาย เคยเข้าแข่งขันการประกวดร้องเพลงที่ชื่อว่า a-play Singing Fighter รหัส AP30 ของสถานีวิทยุออนไลน์ a-play

ต่อมาในปี 2555 ฝากผลงานภาพยนตร์เรื่อง ชอบกด Like ใช่กด Love ของค่ายพระนครฟิลม์ และในปี 2561 เคยเข้าร่วมประกวด รายการคิดสร้างชาติ ปี 2 ‘THE GOVERNOR ผู้ว่าฯ หน้าใหม่’ ของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมฟ้าวันใหม่ฯ เป็นผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาค กรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่เคยลงสมัครเลือกเขียนสารถึงพี่น้องประชาชนระบุว่า ก่อนจะเดินมาถึงจุดที่ได้เป็นว่าที่ผู้สมัครผู้แทนราษฎร ชีวิตของผมเหมือนภาพยนตร์ที่มีครบทุกอารมณ์ ฉากเปิดของเรื่องคือชีวิตวัยเด็กที่เกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย ต้นทุนทางโอกาสด้อยกว่าใครอีกหลายคน เผชิญหน้าความผิดหวังบ้าง สมหวังบ้าง แต่สิ่งที่ผมยึดมั่นอยู่เสมอคือ การไม่ยอมแพ้ ผมเชื่อมั่นว่าถ้าไม่หยุดพยายาม สักวันหนึ่งต้องเป็นวันของเรา

แรงผลักดันในการทํางานการเมืองของผม จึงไม่มีอะไรมากไปกว่า การอยากเห็นภาพชีวิตของทุกคนตั้งแต่ “ฉากเปิด” จนถึง “ฉากปิด” เป็นชีวิตที่มีคุณภาพ ได้รับสิทธิ์ขั้นพื้นฐานที่เท่าเทียม ได้เรียนฟรีในโรงเรียนที่มีคุณภาพ มีโอกาสเดินตามความฝันโดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง เพราะมีสวัสดิการรองรับตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายของชีวิต

คงไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าผมเข้าใจความยากลำบาก ของพี่น้องประชาชนชาวจอมทอง-ธนบุรี ได้อย่างลึกซึ้ง 100% แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอก คือ ‘ผมเคยประสบและผ่านพ้นความลำบากเหล่านั้นมาด้วยตัวเอง’ ประสบการณ์ที่ผมสะสมและหล่อหลอมให้เป็น ผมในวันนี้ ผมจะตั้งใจใช้มันเพื่อผลักดันให้เกิดสิ่งที่ดีกว่าสำหรับประชาชนทุกคน

ผมเชื่อมาตลอดว่าตัวเราคือผู้กำกับหนังชีวิตของตัวเอง แต่ในภารกิจ “เปลี่ยนแปลงโครงสร้างรัฐเพื่อสร้างสวัสดิการถ้วนหน้า” ครั้งนี้ ผมต้องพึ่งพาพลังและความไว้วางใจจากประชาชน ที่จะให้โอกาสผมเข้าไปสร้างความเปลี่ยนแปลงในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าภารกิจนี้จะยากแค่ไหน แต่ถ้าเราทําด้วยกันมันต้องเป็นไปได้แน่ครับ…