เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 68 นายเทพทัต ธัญญเจริญ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ชำนาญการ รักษาราชการแทนหัวหน้าฝ่ายสถิติข้อมูลและสารสนเทศ อบจ.สุพรรณบุรี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่า เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้ว่าจ้างนายประยงค์ เหลืองอรุณ ใช้รถไถมาขุดเพื่อเคลื่อนย้ายศาลพระภูมิในที่นาของตนที่บริเวณหมู่ 1 ต.หนองโพธิ์ อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งมีดินโคลนทับถมและปกคลุมด้วยต้นไม้ใบหญ้า ขณะทำการขุด ปรากฏว่าได้ขุดโอ่งขนาดใหญ่จนแตก เมื่อตรวจสอบภายในพบพระเครื่องเนื้อดินมากกว่า 1,000 องค์บรรจุอยู่ในโอ่งและกระจายออกมาหลังจากโอ่งแตก เมื่อตรวจสอบพบว่าพระที่พบเป็นพระนางกวัก พระพิมพ์สมเด็จ และพระขุนแผนบ้านกร่าง นายเทพทัต จึงได้ไปไว้เก็บรักษาไว้ที่บ้าน

นายเทพทัต กล่าวว่า ที่นาดังกล่าวได้ซื้อจากเจ้าของเก่าไว้เมื่อประมาณ 10 ปี เนื้อที่ 8 ไร่เศษ ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 2-3 ปี ได้ปรับหน้าดิน ก็เจอโอ่ง 2 ใบ แต่ไม่มีอะไรข้างใน ครั้งนี้เห็นว่าดินที่สะสมจากฝนตกเริ่มทับทมศาลพระภูมิ ประกอบต้นไม้ขึ้นปกคลุม จึงว่าจ้างรถไถมาย้าย จนกระทั่งพบโอ่งและพระดังกล่าวจำนวนมาก เท่าที่ทราบมีพระขุนแผนบ้านกร่าง ซึ่งชาวสุพรรณบุรีรู้จักดีว่าเป็นพระยอดนิยมของเซียนพระทั้งหลาย  

นายเทพทัต กล่าวต่อว่า พ่อตนเล่าให้ฟังว่า มีที่นาใกล้กันกับที่นาที่พบพระเครื่อง ตอนนั้นประมาณ 40 ปี ทำนาอยู่ใกล้พื้นที่นาที่พบพระ จนกระทั่งมาซื้อที่นาต่อ แต่เจ้าของนาไม่ทราบไปอยูที่ไหนแล้ว จึงเชื่อว่าพระที่พบในโอ่ง อาจจะเป็นของเจ้านาเดิมที่นำมาฝังไว้ แต่จะด้วยเหตุผลใด ตนไม่ทราบ

อย่างไรก็ตาม ตนได้นำพระที่พบส่วนหนึ่งไปถวายให้กับสำนักสงฆ์ธุดงคสถานธรรมวิชัย จ.กาญจนบุรี เพราะทราบว่ากำลังดำเนินการทำพิธีวางศิลาฤกษ์อุโบสถและหล่อพระทองคำ เพื่อจะได้นำพระไปจำหน่าย นำรายได้มาดำเนินการในกิจกรรมของสำนักสงฆ์ นอกจากนี้ยังมอบให้วัดในพื้นที่ อ.หนองหญ้าไซ รวมทั้งชาวบ้านที่ทราบข่าว ต่างเดินทางมาดูและขอพระไป ตนก็ไม่ได้หวงอะไร ถึงจะเป็นพระเก่ามีราคาก็ตาม นายเทพทัต กล่าว.