ช่วงเย็นของวันที่ 18 ก.พ. 68 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้ปกครองท่านหนึ่งว่า ลูกชายถูกอุ้มไปรุมทำร้ายและถ่ายคลิปประจาน หลังรับเรื่องจึงเดินทางไปพบกับ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี พ่อของ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ที่ถูกพาไปทำร้าย ที่บ้านของ นายชูชาติ ดุลยประภัทศร หรือผู้ใหญ่กบ อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมเปิดคลิปจากกล้องวงจรปิดที่จับภาพได้ขณะที่สองคนในกลุ่มผู้ก่อเหตุ ได้มาพาตัวลูกชายขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไป โดยให้ลูกชายนั่งตรงกลางระหว่างผู้ก่อเหตุทั้งสองคน และคลิปที่กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ถ่ายและลงไว้ในโซเชียล ซึ่งเป็นคลิปขณะกำลังทำร้ายลูกชายให้กับทางทีมข่าวดู

นายบี ที่ถูกพาตัวไปทำร้าย เล่าว่า ผู้ก่อเหตุสองคนเข้ามาหาตนที่บ้าน ป้าคิดว่าเป็นเพื่อนเลยบอกทางให้ ตอนนั้นหลับอยู่เขาพังประตูเข้ามาเอาปืนจ่อแล้วปลุก เขาถือปืนเข้ามากันคนละกระบอก คนหนึ่งถือปืนแบบแม็กกาซีน ส่วนอีกคนถือปืนลูกโม่ เรียกตนออกไปคุย จึงลุกขึ้นมาใส่เสื้อใส่กางเกงออกไปคุย แล้วเขาก็พาตนออกไปหน้าบ้าน บอกให้ขึ้นรถจักรยานยนต์ พร้อมข่มขู่ว่าถ้าไม่ขึ้นจะโดน ตนจึงขึ้นรถไป โดยที่ตนนั่งอยู่ตรงกลาง เขาได้ปิดตาของตนพาไปที่บ้านพวกเขาที่บางโปรง พอไปถึงก็ให้ตนนั่งกับพื้น ก่อนจะเอาปืนตบ แล้วก็รุมทำร้ายร่างกาย เตะหน้า ที่บ้านเขามีคนอยู่ประมาณ 4-5 คน ก็ผลัดกันมาทำร้ายตน และเขาก็มีเอาสายไฟมารัดคอ แต่โชคดีที่สายไม่ได้เส้นใหญ่เขาดึงแล้วมันขาด

นายบี เล่าต่อไปว่า ตอนที่เขาทำร้ายตน เขาพูดเรื่องของผู้หญิง เรื่องของวิทยาลัย ซึ่งเชื่อว่าเป็นต้นเหตุที่มาอุ้มตน เขาให้ตนไปเอาของวิทยาลัยเขาคืนมา เป็นธงกับเสื้อที่มีโลโก้หรือตราสัญลักษณ์วิทยาลัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนได้มาจากแฟนเก่า เขาเอามาให้ตน แต่ตนเองก็ไม่ได้เรียนและไม่ได้ยุ่งอะไรเกี่ยวกับวิทยาลัย ก็เลยเอาไปให้พี่ตนซึ่งเรียนอยู่คนละสถาบันกันกับเขา แล้วเหมือนเขารู้ เขาก็ให้ตนไปตามเอาของมาคืนทั้ง 2 อย่าง

นายบี เล่าต่อว่า ส่วนเรื่องผู้หญิง เขาก็ทั้งทำร้ายตน และก็พยายามจะให้ตนกินปัสสาวะพวกเขาด้วย โชคดีที่รุ่นพี่เขาห้ามไม่ให้กิน และห้ามไม่ให้เขาทำร้ายตนด้วย ก่อนที่เขาจะปล่อยให้ตนไปเอาของมาคืนเขาแล้วเขาจะปล่อย ตนก็เลยขึ้นรถไปกับเขาไปเอาของคืนมา พอเขาได้ของเสร็จ เขาก็ปล่อยให้ตนกลับบ้าน โดยให้เพื่อนตนมารับที่ปากซอยบ้านเขา เขาไม่ให้เพื่อนตนเข้าไปรับที่บ้าน ไม่อยากพวกตนรู้ว่าบ้านเขาอยู่ไหน คงอาจจะกลัวว่าพวกตนจะกลับไปเอาคืน

นอกจากสองเรื่องนี้ตนก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรกับเขาเลย รู้แค่ชื่อเขาแต่ไม่เคยเห็นหน้า สาเหตุน่าจะหนักไปทางเรื่องผู้หญิงมากกว่า ก็คือแฟนสาวที่ตนคบอยู่เคยเป็นแฟนเก่าของเขา ซึ่งเลิกกันแล้วประมาณ 3 เดือน ผู้หญิงได้เลิกขาดกับเขาแล้ว แต่เขาก็ตามรังควานไม่ยอมเลิก ยังคงตามง้อ ตามตื้อ อยู่ แต่ว่าผู้หญิงไม่ได้สนใจอะไรเขาแล้ว แล้วก็มาคบกับตน ตนก็ไม่ได้เป็นคนทักหาเขา ผู้หญิงเขาทักมาคุย ตนไม่รู้ก็คุยกันปกติ หลังจากเหตุการณ์นั้นตนก็ยังคบกันอยู่กับผู้หญิงคนนี้อยู่

“ก่อนที่เขาจะปล่อยผมออกมา เขาก็ได้บอกให้เลิกยุ่งกับผู้หญิง ห้ามติดต่อกันอีก ผ่านไปอีกวันเขาก็ได้โทรมาหา ถามว่าเลิกยุ่งกับผู้หญิงหรือยัง และขู่ว่าอยากลองของใช่เปล่า” นายบี กล่าว

เบื้องต้นได้เดินทางไปแจ้งความแล้ว แต่ตอนแรกไม่ได้อยากจะแจ้งความใจ อยากจะจบไม่ต้องมีอะไร แต่เขาถ่ายคลิปตอนที่ทำร้ายตนเอาไปลงโซเชียล แล้วพ่อตนเห็นเขาก็ยอมไม่ได้ลูกโดนอย่างนี้ แต่ว่าตอนแรกๆ ที่ตนโดนก็ไม่ได้บอกพ่อ เพราะไม่อยากมีอะไร อยากจบ ตอนอยู่ที่บ้านเขา เขาก็ไม่ให้เล่นโทรศัพท์ไม่ให้ติดต่อใครเลย จนพ่อมาเห็นในคลิปก็เลยมาถาม หลังจากเกิดเรื่องทุกครั้งที่พ่อและแม่ออกไปทำงาน ตนก็จะไปนั่งเล่นที่บ้านเพื่อน เพราะกลัวเรื่องความปลอดภัย รอจนกว่าพ่อจะเลิกงานและกลับมาบ้าน

นายเอ พ่อของนายบี บอกว่า ตนเป็นห่วงลูกที่ถูกกระทำแบบนี้ แต่ตนต้องทำงาน ได้แจ้งความและส่งหลักฐานทุกอย่างให้ตำรวจหมดแล้ว ในกล้องวงจรปิดจะเห็นเขาบังคับให้ลูกตนขึ้นรถไปที่บ้านเขาแถวบางโปรง เขาได้เอาปืนตบหน้าลูกตนเพื่อเป็นการข่มขู่และให้ลูกตนไปกับเขา เหตุเกิดตั้งแต่วันจันทร์ที่แล้ วตอนแรกตนคิดว่าไม่มีอะไร แต่มาเห็นคลิปในโซเชียลที่พวกเขาลงแล้วรับไม่ได้ และเป็นห่วงความปลอดภัยกลัวเขาจะกลับมาอีก ลูกตนไม่ได้เป็นคนมาบอก แต่ตนไปเห็นคลิปเอง แล้วลูกถึงมาเล่าให้ฟัง ตนรู้แค่ว่าเขาไปเอาธงแล้วได้กลับบ้าน แต่ไม่รู้ว่าลูกทำร้ายร่างกายตั้งแต่ 7 โมงเช้ายัน 4 โมงเย็น ถึงปล่อยตัวกลับมา สภาพลูกที่ตนเห็นแค่ตาเขียว คิดว่าแค่โดนตบ แต่ลูกพึ่งมาบอกว่าโดนปืนตบตั้งแต่เขามาที่บ้าน ทางคู่กรณีไม่เคยติดต่อมาคุย มีแค่ทักมาบอกให้เลิกยุ่งกับแฟน ตนอยากให้ตำรวจจับตัวมาให้ได้และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

นายชูชาติ หรือผู้ใหญ่กบ กล่าวว่า ลูกบ้านได้ขอความช่วยเหลือจากตน บอกว่าลูกเขาโดนอุ้มไปในลักษณะประคองแขนขึ้นรถมอไซค์ ไปตั้งแต่ 7 โมงเช้ายัน 4 โมงเย็น พาไปทำร้าย โดยไม่มีขื่อมีแปอะไร พอตนถามเขาว่าแจ้งความหรือยัง เขาก็ว่าแจ้งแล้ว ตำรวจกำลังเดินเรื่องอยู่ แต่ที่เขาห่วงเรื่องความปลอดภัยเวลาเขาไปทำงานกันไม่อยู่กันสองผัวเมีย ลูกเขาอยู่บ้านคนเดียว กลัวว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุจะเข้ามาทำร้ายลูกเขาอีก เขาก็เลยไม่สบายใจ เลยมาร้องขอความช่วยเหลือจากตน.