เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้ป่าสงวนแห่งชาติป่าหนองเต็งจักราช เนื้อที่กว่า 80,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ และ อ.จักราช จ.นครราชสีมา หลายต่อหลายรอบ นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนม.ค. จนถึงครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา มีพื้นที่ป่าถูกไฟไหม้เสียหายหลายจุดกินพื้นที่รวมกว่า 2,000-3,000 ไร่ บางจุดใกล้เคียงกับแนวรั้วสนามบิน ท่าอากาศยานนครราชสีมา และติดแนวถนนเส้นทางสัญจรของชาวบ้าน ซึ่งปัญหาไฟป่าในพื้นที่แห่งนี้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี

สาเหตุเกิดจากฝีมือมนุษย์ จุดไฟเผาทำลายเพื่อหาของป่า หรือหวังผลจากพืชพันธุ์ในป่าธรรมชาติ เช่น หน่อเพ็ก หน่อโจด ผักหวาน เป็นต้น จนลุกลามไหม้ป่าหญ้าแห้ง พืชพันธุ์ไม้ และต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ จนได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน เข้าไประงับดับไฟป่าด้วยวิธีเดินเท้า สะพายเป้ฉีดน้ำ จอบ เสียม พลั่ว เข้าพื้นที่จุดเกิดเหตุ ระยะทางไกลกว่า 10 กม. สร้างความเหนื่อยล้าหนักหนาสาหัสแก่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เป็นอย่างมาก และที่สำคัญเป็นต้นเหตุของฝุ่นควัน PM 2.5 สร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง

ล่าสุด นายวินัย แพทย์กระโทก นายก อบต.หนองยาง อ.เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งดูแลพื้นที่บางส่วนของป่าสงวนแห่งชาติป่าหนองเต็งจักราชกว่า 20,000 ไร่ หรือ 1 ใน 4 ของพื้นที่ทั้งหมดออกมาประกาศตั้งรางวัลนำจับ 10,000 บาท ให้กับผู้ที่ชี้เบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมผู้ที่ลักลอบจุดไฟเผาป่ามาดำเนินคดี

นายก อบต.หนองยาง กล่าวว่า วันนี้ได้ประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่กำชับกวดขันสอดส่องดูแลลูกบ้านไม่ให้มีการลักลอบเผาป่าซ้ำอีก เนื่องจากตลอดต้นปีที่ผ่านมาจนถึงครั้งล่าสุด ต้องนำเจ้าหน้าที่ อปพร. นำรถดับเพลิง 1 คัน เข้าพื้นที่ฉีดน้ำดับไฟป่ากันหลายครั้งหลายรอบ บางครั้งช่วยกันดับไฟป่าตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำมืด จนทุกคนรู้สึกเหนื่อยล้า จึงต้องหาทางแก้ปัญหาไฟป่าตั้งแต่ต้นเหตุ ซึ่งก็คือฝีมือมนุษย์อย่างแน่นอน และเป็นปัญหาซ้ำซากทุกปี วันนี้ต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับคนที่ลักลอบเผาป่า ผู้ใดชี้เบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้จะรับเงินรางวัลนำจับทันที 10,000 บาท ซึ่งเป็นเงินส่วนตัวของตนเอง ไม่ได้ใช้เงินงบประมาณของทางราชการ ส่วนมือเผาต้องถูกดำเนินคดีทั้งโทษจำคุกและปรับ ไม่คุ้มค่าแน่นอน อย่างไรก็ตาม หากพบเห็นเกิดไฟป่าที่บริเวณจุดใด ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อเข้าระงับเหตุได้อย่างรวดเร็วทันท่วงทีเพื่อให้เกิดความเสียหายกับผืนป่าน้อยที่สุด.