จากกรณีบนโลกออนไลน์ให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง หลังจากอินฟูลเอนเซอร์ชื่อดังอย่าง “ครูเบียร์-นุติญา ยะระพันธุ์” ได้ออกมาโพสต์เล่านิทานชีวิตของหนูนา ที่แสนรันทด ถูกโรเบิร์ตนอกใจ 7 ครั้ง หนำซ้ำถูกพูดใส่ร้ายให้คนในหมู่บ้านเกลียด ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
ม้วนเดียวจบ ดราม่านิทานชีวิตของ “หนูนา” ถูกโรเบิร์ตนอกใจ 7 ครั้ง หนำซ้ำถูกพูดใส่ร้ายให้คนในหมู่บ้านเกลียด

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ออกเปิดเหตุผลส่วนตัวทุกประเด็น หลังมีดราม่านิทาน “หนูนา-โรเบิร์ต” ลั่นขอออกมาปกป้องตัวเอง

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้ความว่า “คุณใช้ความมีชื่อเสียงของพวกคุณ มาข่มขู่คนไม่มีทางสู้ เห็นเล่นกันมาตั้งแต่วันที่ 14 ยังไม่หยุดเลย เล่าปลุกปั่นให้ผู้คนเกลียดชัง ทำร้ายอีกคนอยู่ฝ่ายเดียวถ้าจะถึงขั้นเอาเราให้ “ตุย” งั้นจากนี้ตนขอออกมาปกป้องตัวเองค่ะ”

อีกทั้ง เจ้าของโพสต์ ระบุข้อความอีกว่า “หลังจากที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะเงียบ และปล่อยให้มันผ่านไป หลายวันที่ผ่านมา ผลสรุป คือ บางคนคอมเมนต์ถึงตนกันรุนแรงมาก ทำเหมือนตนไม่ใช่คน หรืออินอย่างกับเป็นเรื่องของตัวเอง กับความเสียหายที่ได้รับ ไม่ได้รับบทคนถูกกระทำ แต่ถ้าเล่นถึงขั้นข่มขู่กัน ก็ขอออกมาปกป้องตัวเองบ้าง เพราะตอนนี้เริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย จะลงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับตนโดยตรง ในโพสต์นี้โพสต์เดียวจบ”

  1. ย้อนไปเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว นง.ได้ไปถ่าย mv กับน้องที่จังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน นั่นคือครั้งแรกที่น้องกับนง.เจอกัน และหลังจากนั้น 2 วัน น้องได้ขับรถตามมาหา นง.ที่บ้านของตน นั่นเป็นครั้งแรกที่ตนได้เจอกับน้อง ตั้งแต่วันนั้นน้องก็อยู่บ้านตนมาตลอด บ้านตนไม่เคยอยู่กันลำพัง 2 คน หรือ 3 คน ผัวเมียตามที่กล่าวอ้าง ในบ้านยังมีพี่ (เป็นพี่ชายแท้ๆของตน) ก่อนที่น้อง 2 คน จะย้ายเข้ามาอีก และพี่ชายก็ยังอยู่ด้วยจนถึงปัจจุบันนี้ ทุกอย่างน้องรู้ดี เพราะพี่ชายแท้ๆของตน เป็นคนขัดห้องน้ำให้น้องใช้

“ตนกับนง.เรานับถือกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ ตามที่ทุกคนเห็นเลย ซึ่งน้องรู้ตั้งแต่แรกที่มาที่บ้าน แต่หากยังมีคนที่คิดไปกว่านี้ มันก็เป็นปัญหาของเขา และบ้านหลังนี้เป็นชื่อตนตามกฏหมาย รวมทั้งเคยใช้เป็นที่ตั้งจดทะเบียนบริษัทแห่งหนึ่ง ช่วยเหลือทุกอย่างแล้ว มาวันนี้กลับต้องมาเจอแบบนี้ ดีหน่อยจะได้บทเรียน”

  1. น้องอยู่บ้านตนเพื่อมาทำงาน เพราะช่วงนั้นมีกระแสคู่จิ้น และต่างคนต่างพึ่งพากันในเรื่องงาน และในส่วนของงานบ้านจอยเป็นคนดูแลทั้งหมด รวมไปถึงซักเสื้อในกางเกงในไม่ใช่พี่น้อง/เพื่อน/ญาติ แต่ดูแลอย่างดีที่สุด
  2. การเดินทางไปทำงานมีไลฟ์หรือถ่าย mv จะใช้รถของตนเป็นหลัก เพราะน้องได้ส่งรถส่วนตัวน้องกลับไปไว้ที่บ้าน และตนทำหน้าที่ขับรถ รวมถึงการไปดูแลคล้ายพี่เลี้ยงท่านหนึ่ง
  3. หลังจากที่น้องทั้ง 2 คน ได้เป็นกระแสคู่จิ้น เลยทำให้มีคนรู้จักตนมากขึ้น ในส่วนตรงนี้ก็ขอบคุณนะ แต่ทุกอย่างที่ตนได้เงินมาตนทำงานแลก ไม่ได้มีอะไรได้มาฟรีๆ และไม่เคยได้โทรศัพท์จากใคร ถ้าเทศกาลไหนที่ได้เป็นของ ก็จะไม่ได้รับเงินจากการทำงาน และทุกอย่างที่ได้รับมา ตนได้อยู่แค่ไม่กี่เดือน ย้ำว่าทำงานแลก
  4. ตอนน้องมาอยู่บ้านตนช่วงแรกๆ น้องก็ไม่ได้ช่วยค่าน้ำค่าไฟด้วยซ้ำ จนสักพักพอน้องเริ่มมีงานเยอะ น้องทั้ง 2 คน เริ่มได้มีการให้ค่าน้ำค่าไฟคนละ 4,000 บาทต่อเดือน เงินส่วนนี้รวมไปถึงซื้อของใช้ในบ้านด้วย และได้มีการหยุดจ่ายเงินส่วนนี้เป็นเวลาหลายเดือน ก่อนที่น้องทั้ง 2 คน จะย้ายออกจากบ้านตน (ประมาณ 6-8 เดือน ก่อนย้ายออก ) แต่จอยก็ไม่เคยมีการทวงถามเลยสักครั้ง ถึงแม้ตนไปอยู่บ้านแฟน แต่ตนยังต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟที่บ้านเองทั้งหมด
  5. ไม่ได้ทวงบุญคุณหรืออะไรทั้งนั้น ต่างฝ่ายต่างมีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกัน ที่ไปพูดว่ามีการทวงบุญคุณเกิดขึ้น แล้วที่พูดแบบนี้ต้องการอะไรกันแน่
  6. กับประโยคนึงในนิทาน “เธอมาทีหลัง เธอไม่ควรเสียใจนะ” อันที่จริงตนพูดไปว่า “เธอมาทีหลัง เธอไม่ควรจะเสียใจ เพราะเขาเลือกเธอ เขาอยู่กับเธอ เธอควรดีใจด้วยซ้ำ เธออย่าคิดมากนะ เขาแค่คนเก่า แล้วปลอบทุกอย่างไม่ให้คิดมากที่สุดที่ทำได้” (ตอนนั้นน้องยังไม่ได้คบกัน)
  7. ส่วนเรื่อง ผช. ที่มีประเด็น เอาเป็นว่าเราได้มีความสัมพันธ์กันในระยะสั้น และได้จบลงไปนานแล้ว ต่อมาวันหนึ่งในเดือนธันวาคม 66 เป็นวันเกิดน้องในกลุ่ม ทาง ผช. ได้โทรมาที่ตน ว่าขอมาดื่มต่อด้วย และนั่นคือวันแรกที่ตนแนะนำให้พี่ๆในแก็งค์นี้ รู้จักกับผช. เพราะเห็นว่าชอบตีกอล์ฟเหมือนกัน

ต่อมา “อีกตุลาคม 67 พี่ๆในแก็งค์นี้ได้นัดกับ ผช.ไปห้องซ้อมกอล์ฟ ทางฝั่งน้องและฝั่งผช.ต่างก็ได้โทรตามให้ตนไปหา นั่นคือวันที่น้องได้เจอกับผช. พอหลายๆอย่างเริ่มชัดขึ้น ได้มีคนเคยโทรไปคุยกับน้องเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าน้องก็เคยอยู่กินในบ้านของตน ประมาณว่าทำแบบนี้ได้ใช่ไหม? ส่วนทางฝั่ง ผช. ถ้าจะบอกว่าจำไม่ได้หรือแค่คุย ก็แล้วแต่ ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามนั้น เอาเป็นว่ารู้ดีแก่ใจ”

  1. ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามที่เกิดขึ้น ตนคนนี้ที่คอยเป็นเกาะกันกระสุนให้นางมาเสมอ อย่างที่เห็นฉันพร้อมไฟว์กับทุกคนที่มีปัญหากับนาง อยู่มาทุกเหตุการณ์ โดนทัวร์ลงก็ไม่หวั่น (สุดท้ายคนยุลอยตัว ส่วนคนออกหน้าต้องมานั่งรับกรรม) ตอนนี้ก็เช่นกัน นั่งสบายๆตามเคย และนอกจากเป็นเกาะให้แล้ว ก็ยังเป็นที่รองรับอารมณ์นางด้วยเช่นกัน บ่อยครั้งที่ถูกชี้หน้าด่า ด้วยถ้อยคำหยาบคายและไม่ให้เกียรติ ทั้งต่อหน้าคนอื่น คนนี้นี่แหละที่เป็นกระโถนรองรับอารมณ์ให้ แล้วตอนนี้ทัวร์มาลงว่าฉันมีปัญหากับคนนั้นคนนี้ เพราะนี่ปกป้องใคร
  2. มาปลายเดือนมกราคม 68 น้องเข้ามาที่บ้านตนเอาเอกสารมาให้เซ็น เราคุยดีกันอยู่เลย พอหลังจากนั้น 2 วัน น้องก็บล้อคตน (ช็อตฟีลไปหลายวัน) แล้วนี่หรอบอกเคารพฉัน รักเหมือนพี่สาว มาบอกว่าโคตรเสียใจ แน่ใจนะ คิดดีๆ คิดใหม่ แล้วที่ไปพูดว่าตนบังคับน้อง ให้กลับไปคบแฟนเก่า เอาตรงๆนะเรื่องแบบนี้ มันบังคับกันไม่ได้หรอก ถ้าบังคับกันได้ โลกนี้คงไม่มีคนเลิกกัน มีแอบเสียดายไหมอะมี คนเคยอยู่ด้วยกันมา ส่วนที่ว่าโพสต์แขวะถึงน้องมาตลอด 3 เดือน มีเพื่อนในเฟซบุ๊กคนไหนเคยเห็นไหมคะ ขอดูหน่อยค่ะ

“ตอนรักกัน ดีกันก็ตัดสินใจกันอยู่ 2 คน ตอนเลิกกันมาตอนนี้พาดพิงคนอื่น และคนที่เดือดร้อนแทน ก็ดันเป็นคนอื่นอีกที ซึ่งไม่ใช่เรื่องตัวเองทั้งนั้น ถ้าตนไม่ดีอยู่บ้านตนทำไมตั้งเกือบสองปี เพิ่งได้รู้จักงูเห่าจริงๆ ก็ตอนได้เป็นชาวนานี่แหละ ส่วนอย่างอื่นของเขา ที่เดี๋ยวโพสต์ๆ แก้ไขๆ ลบๆ เป็นเนื้อ 10 น้ำ 90 อะไรที่ฟังมาจากฝั่งเดียว ก็ไม่แปลกที่พูดอะไรก็ได้ ใส่สีไปเรื่อย “เรียกว่าเล่าเอาสนุกปาก”

“ซึ่งออกมาจากปากของคนที่เราเจอกันผ่านๆ ไม่ถึง 5 ครั้งด้วยซ้ำ อันนี้ขอไม่เล่นด้วย และก็ชีวิตนี้ยังไม่เคยไปดูไบเลยค่ะ และไม่เคยขาย คุณแรงไปนะ มากางพาสปอร์ตดูเลย แล้วที่พูดออกมาแต่ละเรื่อง ยังไม่เคยเห็นหลักฐานอะไรเลย มาตอนนี้แสดงตัวกันว่ารักน้องสาวสุดๆ แล้วก่อนหน้านี้ที่มีปัญหาเรื่องชื่อแบรนด์ หายไปไหน ถึงไม่ออกมาปกป้องน้อง (แอบผิดใจกันเกือบ 2 ปี) และเพราะรอบนี้ฝั่งตรงข้ามมันดันเป็นตนไง ที่แสงส่องไม่ถึง ตรงไหนมีแสงตรงนั้นมีคนรุม จากนั้นขายของตามสเต็ป จบ”

ขอบคุณข้อมูล : ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง