เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่สายไหมต้องรอด นางวราภรณ์ อายุ 37 ปี เข้าร้องเรียนกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังนายวีระพล อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นน้องชายถูกรถทหารชนท้ายเสียชีวิต แต่ปรากฏว่าผ่านไป 1 ปีแล้ว คดีส่อพลิกจากถูกจะกลายเป็นผิดจนพ่อต้องมาตรอมใจตายไปอีกคน

นางวราภรณ์ เล่าว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือน พ.ย. 66 หลังตนเองได้ให้น้องชายและหลานชายขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งเสื้อผ้าให้ลูกค้า ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 5 กม. โดยผ่านถนนเส้นเอราวัณและกำลังจะเลี้ยวขวาไปทางสามแยกบอลลูน แต่ปรากฏว่าทั้งคู่หายไปนาน 1-2 ชั่วโมง จนเริ่มผิดสังเกต และจู่ๆ ก็มีกู้ภัยโทรฯ เข้ามาหา สุดท้ายมารู้ว่ามีรถทหารขับมาด้วยความเร็วจากด้านหลังของน้องชายพุ่งชนท้ายรถจนน้องชายถูกลากไปไกลและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนหลานที่ซ้อนท้ายบาดเจ็บสาหัส

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ครอบครัวทุกข์ใจอย่างมาก ทั้งสูญเสียน้องชายที่เป็นคนดูแลพ่อแม่เป็นหลัก และหลานยังหน้าเสียโฉมไม่อยากไปโรงเรียน ทำให้ปัจจุบันไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะต้องไปพบจิตแพทย์อยู่ตลอด โดยหลังจากที่น้องชายเสียชีวิต พ่อยังตรอมใจ ไม่ทำอะไร เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่ออกไปไหน จนกลายเป็นซึมเศร้า อาการไม่ดี และทรุดลงเรื่อยๆ เลือดไม่สูบฉีด รวมถึงยังบ่นตลอดว่า “อยากไปอยู่กับน้อง” เมื่อตื่นมาก็ร้องไห้ตลอด จนสุดท้ายเสียชีวิต

ทุกวันนี้เครียดมากจนไม่อยากสู้คดีต่อแล้ว ต้องโทรฯ บอกพี่ชายให้มาช่วยต่อสู้คดีต่อ เพราะด้วยระยะเวลาที่ผ่านมานานกว่า 1 ปีแล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้ฟ้องแพ่งกับทหารยศ “สิบเอก” คนขับรถชนไปแล้ว แต่เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ทราบว่าจากที่ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย กลายเป็นประมาทร่วม ก็รู้สึกตกใจ วันนี้เลยมาหาความเป็นธรรมและหาคำตอบว่าเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร

ส่วนการเยียวยาฝั่งทหารยศสิบเอกได้เข้าไปร่วมงานศพเป็นปกติ โดยให้ค่าเยียวยาน้องชายใส่ซองเป็นเงิน 5,000 บาท และให้หลานที่บาดเจ็บ 5,000 บาท จากนั้นก็ไม่ได้รับการติดต่ออีกเลย จึงมองว่ามันไม่คุ้มค่า เพราะมันขาดความสุขไปแล้ว จากเดิมที่น้องชายจะเป็นคนพาครอบครัวพ่อแม่ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ วันนี้กลับมีแต่ความทุกข์

ด้านนายเอกภพ กล่าวว่า ประมาทร่วม คงเป็นเรื่องการต่อสู้ทางแพ่ง แต่ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรจะให้ทนายของเพจช่วยดู ส่วนสิ่งที่ผู้เสียหายพูดก็เข้าใจเป็นอย่างดี เพราะเป็นความผูกพันในครอบครัว ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องมาดูกันเรื่องสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ ผู้สูญเสียต้องได้รับความเป็นธรรม โดยหลังจากนี้จะประสานกระทรวงยุติธรรมเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียต่อไป.