ผู้หญิงวัย 40+ หลายคนต้องเผชิญกับปัญหา “ปัสสาวะเล็ด” หรืออาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ไอจามมีปัสสาวะเล็ด โดยเฉพาะในช่วงวัยทองหรือหลังคลอด

ปัญหานี้แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ไม่ใช่เรื่องที่นำมาเล่าให้ใครฟังได้ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย จนทำให้ขาดความมั่นใจ และอาจกลายเป็นปัญหาส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตไปเลยก็ว่าได้ สำหรับคนที่ต้องเผชิญกับปัญหาปัสสาวะเล็ด คงกังวลและเครียดอยู่ไม่น้อย

ปัญหานี้สามารถจัดการได้ด้วย 5 เคล็ดลับง่ายๆ หากเริ่มดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง

1.ฝึกขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างสม่ำเสมอ

การฝึกขมิบหรือบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Pelvic Floor Muscle) เป็นวิธีพื้นฐานที่ได้ผลดีมาก สำหรับปัญหาปัสสาวะเล็ด การขมิบช่วยเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อที่ควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะ ทำได้ง่าย ๆ โดยการขมิบกล้ามเนื้อเหมือนเวลาที่พยายามกลั้นปัสสาวะ ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วคลายออก พร้อมทำซ้ำ 10-15 ครั้งต่อเซ็ต และทำวันละ 2-3 เซ็ต วิธีนี้จะช่วยลดอาการปัสสาวะเล็ดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

น้ำหนักตัวที่มากเกินไป สามารถเพิ่มแรงกดดันต่อกระเพาะปัสสาวะและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ทำให้มีโอกาสเกิดปัญหาปัสสาวะเล็ดได้ง่ายขึ้น การลดน้ำหนักหรือรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ จึงเป็นเรื่องสำคัญเลยค่ะ คุณสามารถทำได้ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดน้ำตาล ไขมัน และออกกำลังกายเบา ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การเดินเร็วหรือโยคะ เป็นต้น

3.หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มกระตุ้นการขับปัสสาวะ

บางอาหารและเครื่องดื่ม เช่น คาเฟอีนในชา กาแฟ น้ำอัดลม หรืออาหารรสจัด สามารถกระตุ้นให้ปัสสาวะบ่อยขึ้นและเพิ่มโอกาสปัสสาวะเล็ดได้มากไปด้วย คุณผู้หญิงจึงควรลดเครื่องดื่มเหล่านี้ หรือเลือกดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย และช่วยลดความถี่ในการปัสสาวะ

4.ออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

การออกกำลังกาย ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน เช่น การเล่นโยคะ พิลาทิส หรือการเดินเร็ว เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดปัญหาปัสสาวะเล็ดได้ดี นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ยังช่วยปรับปรุงระบบการไหลเวียนโลหิตและสุขภาพโดยรวมอีกด้วย

5.ปรึกษาแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น

หากคุณลองปรับพฤติกรรมและใช้วิธีดูแลตัวเองแล้ว แต่อาการยังไม่ดีขึ้น การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแพทย์จะแนะนำวิธีรักษาเพิ่มเติม เช่น การทำกายภาพบำบัด การใช้ยาหรืออุปกรณ์ช่วยรักษา เพื่อจัดการปัญหาได้อย่างตรงจุด

อย่ามองข้ามปัญหา “ปัสสาวะเล็ด” ซึ่งอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่กลับส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคุณผู้หญิงได้ไม่น้อย ฉะนั้น เริ่มต้นดูแลตัวเองด้วย 5 เคล็ดลับนี้กัน.