เมื่อวันที่ 7 ก.พ. นายชูชีพ พงษ์ไชย ผวจ.ตาก พร้อมด้วย พล.ต.สมบัติ บุญกอแก้ว เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 และหน่วยงานด้านความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือกลุ่มผู้ประกอบการท่าข้ามขนส่งสินค้า หรือช่องทางอื่น จำนวน 59 แห่ง ในพื้นที่ 5 อำเภอชายแดน จังหวัดตาก เน้นย้ำข้อปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยไม่ให้สนับสนุนกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และกลุ่มสแกมเมอร์

โดยเฉพาะการขนส่งสินค้า ทั้งน้ำมัน ไฟฟ้า และคอมพิวเตอร์ พร้อมขอความร่วมมือในการแจ้งเบาะแส ตรวจสอบสินค้า หรือสิ่งของส่งออก หรือนำเข้าอย่างเข้มงวด และห้ามมิให้มีการนำสิ่งของผิดกฎหมาย หรือกระทำผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด ซึ่งหากพบสินค้าต้องสงสัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบสินค้าดังกล่าวโดยทันทีเพื่อเป็นการป้องกันการกระทำความผิด

ส่วนกรณีที่ภาคเอกชนของเมียวดี พยายามที่จะเรียกร้องให้ ผวจ.ตาก พูดคุยกับทาง ผวจ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ในการช่วยเหลือด้านผลกระทบของประชาชนนั้น ผวจ.ตาก เผยว่า ยังไม่มีการประสานการช่วยเหลือมาแต่อย่างใด ทั้งนี้พร้อมพูดคุยในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ย้ำหากมีอะไรให้บอกโดยด่วน

ทั้งนี้จากการวิเคราะห์สถานการณ์ คาดว่าเมียนมา จะบริหารจัดการในฝั่งเมียนมาได้ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ส่วนกรณีที่จะมีการอพยพข้ามแดนมานั้น ยังไม่มีแน่นอน ซึ่งมีการประเมินสถานการณ์สัปดาห์ต่อสัปดาห์ โดยได้รองรับสถานการณ์ไว้แล้ว ในด้านสิทธิมนุษยธรรม ตามที่รัฐบาลได้เคยบอกไป.