เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 68 พล.ร.ท.วัชระ พัฒนรัฐ ผู้บัญชาการ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้มอบหมายให้ นาวาเอก อธิคม เลาหะกุล ผู้อำนวยการ กองอสังหาริมทรัพย์ ฐานทัพเรือสัตหีบ เชิญ ปลัดอำเภอสัตหีบ การไฟฟ้าสัตหีบ ทต.เกล็ดแก้ว อบต.พลูตาหลวง และสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาสัตหีบ มาประชุม ณ ห้องประชุมกองอสังหาริมทรัพย์ เพื่อหาข้อสรุปกรณีตรวจพบนายทุนกระทำความผิดในพื้นที่ทรงสงวน และสร้างอาคารในพื้นที่ความปลอดภัยทางทหารโดยไม่ได้รับอนุญาต เขตพื้นที่เขาช่องลม ซึ่งอยู่ในเขตความรับผิดชอบการบริหารท้องถิ่นทั้ง 2 แห่ง ทื้นที่ ม.8 พลูตาหลวง และ ม.11 ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
ผลสรุปในที่ประชุมพบว่า ที่ดินบางส่วนมีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดินไปแล้ว จำนวน 3 แปลง โดยมีชื่อ นายต๋อง (สงวนนามสกุล) เป็นผู้ครอบครอง ส่วนบริเวณโดยรอบที่ดิน 3 แปลงนี้ ยังไม่มีผู้คอรบครอบ หรือเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ตรวจพบมีร่องรอยการขุดดินภูเขา ขนย้ายดิน การก่อสร้างอาคาร บ่อเลี้ยงจระเข้ เจ้าของพื้นที่รับผิดชอบยืนยันว่า การกระทำที่เกิดขึ้นในพื้นที่นี้ ทางเทศบาล และ อบต. ไม่เคยอนุญาตให้ผู้ใดปลูกสร้างคาคาร และยังไม่เคยเรียกเก็บภาษีบำรุงท้องที่แต่อย่างใด เมื่อมีข้อสรุปในเรื่องแนวเขตรับผิดชอบ จะต้องเรียกเก็บภาษีย้อนหลังด้วย
ส่วนทางด้าน นายสิทธิพร แสงสว่าง ปลัดอำเภอสัตหีบ กล่าวว่า จากกรณีที่ตรวจพบว่า มีบ่อเลี้ยงจระเข้ ซึ่งเป็นสัตว์ดุร้าย จะต้องตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ประมงอำเภอ และปศุสัตว์ เพื่อหาข้อกฎหมาย และข้อยุติในการาดำเนินการ ว่าได้มีการขออนุญาตเลี้ยงสัตว์ดุร้ายหรือไม่ ถ้าผิดจริงก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
นายวินัย ดอนชาไพร เจ้าหน้าที่สำรวจกิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ แจ้งในที่ประชุมว่า ตามเอกสารที่ปรากฏ นายต๋อง (นามสมมุติ) ได้มาขออนุญาตขยายเขตไฟฟ้า และหม้อแปลงไฟฟ้า เข้าไปในพื้นที่เอกสารสิทธิ์ โดยใช้ทุนทรัพย์ของตัวเอง จึงได้อนุมัติปักเสาไฟฟ้าแรงสูงเข้าไปจำนวน 7 ต้น ส่วนเสาไฟฟ้าแรงต่ำที่พ่วงเข้าไปในที่ดิน ผ่านแนวภูเขาเข้าไปนั้น เจ้าของที่ดินเป็นผู้ดำเนินการเอง ถ้าตรวจสอบพบว่า การดำเนินการผิดกฎหมาย ก็จะต้องขอยกเลิกการจ่ายกระแสไฟฟ้าในโอกาสต่อไป
ต่อมา พลเรือโท วัชระ พัฒนรัฐ ผู้บัญชาการ ฐานทัพเรือสัตหีบ ในฐานะหน่วยงานผู้ดูแลที่ดินทรงสงวน ราวเจ็ดหมื่นไร่ในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ที่สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ประทานให้กองทัพเรือดูแล และพบผู้กระทำความผิด จึงมอบอำนาจให้ นาวาตรี วรเทพ แดงทรงเจริญ หัวหน้าหมวดที่ดินฯเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ต.สินสมุทร์ บุญทัศนา สารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายต๋อง เพราะสันนิษฐานได้ว่า อาจเป็นผู้บุกรุกเข้าไปแผ้วถาง ขุดดินภูเขา อยู่ในเขตปริมณฑล 40 เมตร ขอบที่เขา ซึ่งยังไม่มีสิทธิ์ในกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว ราว 17 ไร่ ส่วนทางด้าน องค์การบริหารส่วนตำบลพลูตาหลวง และ เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าแจ้งความดำเนินคดีในฐานความผิดที่พบต่อไป.