เมื่อวันที่ 4 ก.พ. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น.ดูแลงานจราจร สั่งการให้ พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม รรท.ผบก.จร. พ.ต.อ.ธีรภพ รุมแสง รอง ผบก.จร. พ.ต.อ.ณัทศิต สัณห์ปภพ ผกก.5 บก.จร. พร้อม รอง ผกก.5 บก.จร. ร่วมตรวจจุดตรวจมลภาวะ ของ กก.5 บก.จร. บริเวณ ถนนเกษตรนวมินทร์ และร่วมกันแถลงเกี่ยวกับการบูรณาการกับกรมควบคุมมลพิษในการตรวจสอบ ตรวจจับ และห้ามใช้รถควันดำริมเส้นทางจราจร และทำการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความร่วมมือในการดูแลบำรุงรักษารถยนต์มิให้ปล่อยควันดำเกินมาตรฐานตามที่ กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งในการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่เป็นปัญหาหลักในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

พ.ต.อ.ณัทศิต เปิดเผยว่า การดำเนินการในส่วนของกองบังคับการตำรวจจราจร จากการตรวจสอบสาเหตุหลักในเขตพื้นที่กรุงเทพ เกิดจากรถที่มีการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดควันดำ แบ่งเป็น 2 มาตรการ และ 1 บริการ โดย มาตราการที่ 1 กำชับให้ตำรวจทุกหน่วย เพิ่มความเข้มข้นในการกวดขันจับกุมรถที่มีค่าควันดำเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ร้อยละ 30 และให้เพิ่มการตั้งจุดกวดขันจับกุม 10 จุดต่อวัน ใน กทม. มีทั้งเส้นทางหลัก และเขตพื้นที่เสี่ยง PM2.5 สูง หากตรวจพบการกระทำผิด ก็จะมีการดำเนินการออกคำสั่งห้ามใช้รถชั่วคราว เพื่อให้เจ้าของหรือผู้ครอบครอง รีบนำรถไปแก้ไขปรับปรุงสภาพเครื่องยนต์และนำมาตรวจวัดให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเพื่อดำเนินการยกเลิกคำสั่ง ดังกล่าว ทั้งนี้ ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา บก.จร. ได้ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ จับกุมไปแล้ว ประมาณ 4,400 คัน

ส่วนมาตราการที่ 2 เป็น มาตรการเชิงรุก ตำรวจจราจรพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจวัดควันดำ รถของหน่วยงานราชการ เอกชน อู่รถโดยสารประจำทางต่างๆ เช่น ขนส่งหมอชิต รวมถึงทำการประชาสัมพันธ์แนะนำ ให้ความรู้แนวช่าง เพื่อนำไปบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้พร้อมก่อนออกใช้งานบนท้องถนน3.) ตำรวจจราจรกลาง เปิดให้บริการแก่ ประชาชน สามารถนำรถมาตรวจสภาพเครื่องยนต์ ตรวจวัดควันดำ ก่อนออกใช้งาน โดยสามารถติดต่อขอรับบริการได้ที่ อาคารประสาานราชกิจ กองบังคับการตำรวจจราจร ถ.วิภาวดี ในช่วงเวลาทำการ อย่างไรก็ตาม ฝากถึงพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถ หมั่นดูแลบำรุงรักษาเครื่องยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่กำหนด เปลี่ยนไส้กรองอากาศ ล้างคราบเขม่าที่ตกค้างในท่อไอเสีย จะช่วยทำให้รถควันดำน้อยลงต่อไป