เมื่อวันที่ 18 ก.พ.นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ “หมอเจด” โดยระบุว่า
จริงหรือหลอก ?ถุงยาง-เจลหล่อลื่น เสี่ยงมะเร็ง?
1. ล่าสุดมีข่าวว่าใช้ถุงยางหรือเจลหล่อลื่นนาน ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง หลายคนก็กังวล และก็สงสัยว่าจริงไหม?
มีรายงานข่าวที่ระบุว่าถุงยางและเจลหล่อลื่นบางยี่ห้อ อาจมีสารที่ชื่อ PFAS ซึ่งเป็นสารเคมีที่อาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็ง โดยเฉพาะ มะเร็งไต มะเร็งอัณฑะ และมะเร็งตับ เนื่องจาก สารเคลือบบนถุงยางและเจลหล่อลื่นสามารถสัมผัสอวัยวะเพศโดยตรง ซึ่งเป็นบริเวณที่ดูดซึมสารเคมีได้ง่าย
แต่ก็ต้องอธิบายแบบนี้ก่อนนะครับว่า
ระดับของ PFAS ในผลิตภัณฑ์ที่พูดมาคือต่ำมาก และยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า การใช้ถุงยางหรือเจลหล่อลื่นปริมาณปกติจะทำให้เกิดมะเร็ง เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก แต่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยไว้ก่อนครับ เพราะไม่ใช่ทุกยี่ห้อจะมี PFAS
2. PFAS ไม่ได้มีแค่ในถุงยาง! ของใช้รอบตัวก็มี
PFAS เป็นสารที่ใช้กันทั่วไป ไม่ได้มีแค่ในถุงยางหรือเจลหล่อลื่น แต่ยังพบในของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น
-กระทะเคลือบเทฟลอน ใช้กันน้ำมันติดกระทะ
-บรรจุภัณฑ์อาหารกันน้ำมัน กล่องพิซซ่า กล่องเบอร์เกอร์
-โฟมดับเพลิง คนที่ทำงานเป็นนักดับเพลิงเสี่ยงได้รับมาก
-เสื้อผ้าและรองเท้ากันน้ำ เช่น แจ็คเก็ตกันฝน
-พรมกันเปื้อนและเฟอร์นิเจอร์กันน้ำ
เพราะฉะนั้น คนที่เสี่ยงได้รับ PFAS มาก ไม่ใช่แค่คนที่ใช้ถุงยาง แต่รวมถึงคนที่ใช้ของเหล่านี้เป็นประจำ โดยเฉพาะ คนที่ทำงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
3. แล้วต้องได้รับ PFAS ปริมาณเท่าไหร่ถึงเสี่ยงมะเร็ง?
งานวิจัยพบว่า ถ้าระดับ PFAS ในเลือดสูงกว่า 5-10 ng/mL อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็ง โดยเฉพาะ
-มะเร็งไต
-มะเร็งอัณฑะ
-มะเร็งตับ
แต่ คนทั่วไปที่ได้รับ PFAS จากสิ่งแวดล้อม (เช่น น้ำ อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน) มักมีระดับต่ำกว่า 2 ng/mL ซึ่งถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย
ก็ต้องบอกแบบนี้นะว่าใช้ถุงยางหรือเจลหล่อลื่นปกติ ไม่น่าจะทำให้ PFAS ในเลือดพุ่งสูงจนเสี่ยงมะเร็ง แต่ถ้าต้องการความปลอดภัยสูงสุด ก็สามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มี PFAS ได้
4. ใช้ถุงยาง-เจลหล่อลื่นอย่างไรให้ปลอดภัย?
ถ้าเป็นห่วงเรื่อง PFAS สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยกว่าได้ โดยดูจาก
เลือกถุงยางและเจลหล่อลื่นที่มีฉลาก “PFAS-free” หรือ “Non-toxic”
เลือกใช้สารหล่อลื่นที่ทำจากซิลิโคน (Silicone-based) หรือสารธรรมชาติ
หลีกเลี่ยงถุงยางที่เคลือบสารพิเศษ เช่น Ultra-thin หรือ Extra smooth ที่อาจใช้ PFAS
หากแพ้หรือระคายเคือง ควรเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้อที่ปลอดภัยกว่า
5. สรุปแบบเข้าใจง่ายๆคือใช้ได้ แต่ต้องเลือกให้ดี
PFAS ในถุงยางและเจลหล่อลื่นบางยี่ห้ออาจมีอยู่จริง แต่ปริมาณต่ำมาก ไม่ได้มีแค่ในถุงยาง แต่พบในของใช้รอบตัว เช่น กระทะเทฟลอน และบรรจุภัณฑ์อาหาร ต้องได้รับในปริมาณสูงและสะสมเป็นเวลานานถึงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็ง การใช้ถุงยางหรือเจลหล่อลื่นปกติ ไม่น่าจะเสี่ยงต่อมะเร็ง เลือกผลิตภัณฑ์ “PFAS-free” หรือใช้สารหล่อลื่นธรรมชาติ ก็ปลอดภัยแล้ว
ฝากด้วยนะครับ ไม่ต้องตกใจจนเลิกใช้ถุงยาง เพราะการไม่ใช้ เสี่ยงติดโรคและตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจมากกว่า แค่ เลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย ก็สบายใจได้แล้ว ใครมีคำถามคอมเมนต์ได้เลยนะครับ